2364773
Today
Yesterday
This Week
Last Week
This Month
Last Month
All days
230
4394
28693
2306071
95138
172516
2364773

Your IP: 54.82.29.141
Server Time: 2018-01-20 00:39:01
Visitors Counter
Wednesday, 03 December 2014 14:02

แนวคิดในการปฏิรูปประเทศไทย

Rate this item
(1 Vote)

    

ประเทศไทยเข้าสู่วิกฤตทางการเมือง มาเป็นระยะเวลาไม่ต่ำกว่า ๑๐ ปี มีความเสียหายทางเศรษฐกิจ สังคม และ วัฒนธรรม อย่างรุนแรง จนไม่สามารถเดินหน้าต่อไปอีกได้ ต้องสะดุดหยุดลงเมื่อวันที่ ๒๒ พฤษภาคม ๒๕๕๗ เมื่อคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (ค.ส.ช.) โดย พลเอกประยุทธ จันทร์โอชา หัวหน้าคณะฯได้ทำการปฏิวัติ รัฐประหาร เพื่อยุติความรุนแรงและหาทางออกให้กับประเทศ ด้วยการให้มีการปฏิรูป

คณะทำงานเตรียมการปฏิรูปเพื่อคืนความสุขให้คนในชาติ สำนักปลัดกระทรวงกลาโหม ได้รวบรวมความคิดเห็นการปฏิรูปจากประชาชน ผู้เขียนได้รับอีเมล์ให้ช่วยแสดงความคิดเห็น จึงได้ส่งความคิดเห็นให้กับคณะทำงานเตรียมการปฏิรูปเพื่อคืนความสุขให้คนในชาติ เมื่อวันที่ ๒๒ กรกฎาคม ๒๕๕๗ ดังมีรายละเอียด ดังต่อไปนี้

  

แนวคิดในการปฏิรูปประเทศไทย

๑.     ปฏิรูปการเมือง (ระยะเร่งด่วน)

๒.    ปฏิรูปแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ(แผนแม่บทของชาติ)

๓.    ปฏิรูปวัฒนธรรม (วาระแห่งชาติและแผนแม่บทของชาติ)

๔.    ปฏิรูปการปกครอง

๕.    ปฏิรูปการเงินการคลัง

 

๑. ปฏิรูปการเมือง (วาระเร่งด่วน ก่อนการเลือกตั้ง)

ด้านการเมืองปฏิรูปนักการเมือง ให้ได้มาซึ่งนักการเมืองที่มีคุณภาพ และ มีคุณธรรม ขจัดทุจริตคอรัปชั่น นักการเมืองปฏิบัติงานอย่างมีประสิทธิภาพ พรรคการเมืองต้องมีความเป็นประชาธิปไตยในพรรคของตนเอง

ก. แก้ไขปรับปรุงรัฐธรรมนูญ ที่มาของฝ่ายบริหาร ที่แยกขาดจาก ฝ่ายนิติบัญญัติ อย่างสิ้นเชิง เพื่อเป็นการถ่วงดุลของอำนาจ 3 ฝ่ายอย่างแท้จริง

ข. แก้ไขปรับปรุงกฎหมายเลือกตั้ง ปราศจากการซื้อเสียง หรือ ใช้งบประมาณรัฐซื้อเสียงในรูปแบบประชานิยม (การซื้อเสียงด้วยงบประมาณของแผ่นดิน)

ค. มีวิธีการ หรือ เพิ่มกระบวนการคัดสรรนักการเมืองที่มีคุณภาพ นอกเหนือจากการกำหนดคุณสมบัติ เพื่อให้มีการคัดกรองผู้สมัครรับเลือกตั้งก่อนจะเข้าสู่กระบวนการการเลือกตั้ง เพื่อส่งเสริมให้คนดีเข้ารับสมัครรับเลือกตั้ง เพิ่มช่องทางเลือกให้กับประชาชน (ซึ่งในปัจจุบันนับวันขาดตัวเลือกที่ดี แต่ประชาชนจำเป็นต้องเลือก หรือ มิฉะนั้นก็ไม่ไปใช้สิทธิเลือกตั้ง) เช่น การทำงานกับภาคประชาสังคมมาเป็นระยะเวลาไม่น้อยกว่า ๕ ปี มีผลงานที่เป็นรูปธรรมต่อสังคมอย่างน้อย ๑-๒ เรื่อง เพื่อเป็นการกลั่นกรองว่ามีจิตสาธารณะ มีจริยธรรมที่ดีเพียงพอต่อการเข้าทำหน้าที่สมาชิกรัฐสภา

กรณีที่ไม่มีการแข่งขันคะแนนเสียงที่ได้รับเลือกต้องไม่ต่ำกว่าครึ่งหนึ่งของจำนวนผู้มีสิทธิลงคะแนนเลือกตั้ง

ง. เพิกถอนการคุ้มครองเอกสิทธิ์ของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เพื่อให้นักการเมืองมีสำนึกและตระหนักในความรับผิดชอบในการกระทำของตนเองเช่นสามัญชนคนทั่วไปเพื่อลดการพูดเท็จ การกล่าวร้ายป้ายสี หรือ พฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมอันเป็นแบบอย่างที่ไม่ดีต่อสังคม

จ. ให้มีการชี้แจงรายละเอียดทรัพย์สินของข้าราชการการเมือง และ ข้าราชการในทุกระดับ ในระหว่างปฏิบัติหน้าที่ราชการ เผยแพร่สู่สาธารณชนผ่านเว็บไซต์ ให้ประชาชนสามารถตรวจสอบได้ง่าย โดยเฉพาะบัญชีธนาคารแสดงเฉพาะตัวเลขยอดรวมรายรับ และ รายจ่าย ในวันสิ้นปี หากมีข้อสงสัยในพฤติกรรมของข้าราชการผู้นั้น กับ ข้อมูลที่แสดงมีความขัดแย้งกัน ประชาชนสามารถตรวจสอบและร้องเรียน และ มีคำตอบให้ประชาชนทราบภายในระยะเวลาที่เหมาะสม

 

๒. ปฏิรูปแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ(แผนแม่บทของชาติ)

ปฏิรูปแนวคิดในการจัดทำแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ

จากแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ อาจมองได้ว่ามีแนวคิดที่ว่า “สังคมจะดีได้ ต้องมีเศรษฐกิจที่ดีก่อน” ดังนั้นแผนพัฒนาจึงเน้นการพัฒนาด้านเศรษฐกิจมากกว่าด้านสังคม จึงทำให้จริยธรรมและคุณธรรมในสังคมเสื่อมทรามลงเช่นในปัจจุบัน จึงควรปฏิรูปแนวคิดในการจัดทำแผนพัฒนา โดยมีหลักเกณฑ์และรายละเอียดดังนี้ 

แผนแม่บทของชาติในการพัฒนา เป็นแผนระยะเวลา ๒๐ ปี โดยวางเป้าหมายของการพัฒนาในเรื่องโครงสร้างหลักของประเทศในแต่ละด้าน อันได้แก่ ทรัพยากรมนุษย์ วัฒนธรรมของคนในชาติ โครงสร้างพื้นฐาน สิ่งแวดล้อม ด้านสุขอนามัยด้านเศรษฐกิจ และ ด้านความมั่นคง

มีแผน ๕ ปีรองรับแผนแม่บท ประเมินผลทุก ๕ ปีเพื่อปรับปรุงให้การพัฒนาเป็นไปอย่างต่อเนื่อง ซึ่งแต่เดิมแผนแต่ละฉบับไม่มีความต่อเนื่อง แต่เป็นการแก้ไขปัญหาในแต่ละช่วงเวลาของวิกฤติเท่านั้น เช่น แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมฉบับที่ ๑ – ๗ (พ.ศ. ๒๕๐๔ -๒๕๓๙) เน้นเรื่องการพัฒนาเศรษฐกิจเพียงด้านเดียว จนกระทั่งมีปัญหาเรื่องทรัพยากรมนุษย์ จึงจัดทำแผน๘(พ.ศ. ๒๕๔๐ -๒๕๔๔)ว่าด้วยเรื่องการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ จนครั้นต่อมาด้วยความผิดพลาดของแผนเกิดวิกฤตต้มยำกุ้งในปี พ.ศ. ๒๕๔๐จึงมีแผน ๙(พ.ศ.๒๕๔๔ - ๒๕๔๙) นำกระแสพระราชดำรัสมาจัดทำแผนว่าด้วยเรื่องเศรษฐกิจพอเพียงและต่อเนื่อง จนถึงแผน ๑๐(พ.ศ.๒๕๕๐ - ๒๕๕๔) และแผน ๑๑(พ.ศ.๒๕๕๕ - ๒๕๕๙) เน้นเรื่องเทคโนโลยีเป็นการแก้ไขปัญหาโลกาภิวัตน์ที่กำลังรุกคืบเข้ามาที่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในทุกด้านดังนั้นแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติจึงเป็นการแก้ไขปัญหาในแต่ละช่วงเวลาเท่านั้นหาใช่แผนแม่บทของการพัฒนาชาติไม่ เป็นเหตุทำให้การพัฒนาไม่มีความต่อเนื่องความสัมฤทธิ์ของแต่ละแผนจึงไม่เกิดขึ้น ประเทศจึงมีความอ่อนแอ การเติบโตทางเศรษฐกิจเป็นเพียงมายาภาพของความเติบโต แต่ไม่มีความมั่นคงยั่งยืน แผนที่ใช้มาในอดึตอาจเรียกได้ว่า "แผนพัฒนาเศรษฐกิจ และ เสื่อมถอยทางสังคม แห่งชาติ”

ข้อเสนอแนะ แผนแม่บทของชาติระยะ ๒๐ปีควรกำหนดเป้าประสงค์ในเรื่องต่างๆดังนี้

ทรัพยากรมนุษย์ ประชาชนคนไทยทุกคนมีการศึกษาในระดับมัธยมศึกษาตอนปลายเป็นอย่างต่ำ มีความรู้ความสามารถในการพัฒนาสร้างสรรค์นวัตกรรม วิเคราะห์วิจัย มีเหตุและผล ให้กระบวนการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์เป็นกระบวนการพัฒนาที่ไม่รู้จบ แทรกซึมเข้าไปทุกกระบวนการ ทุกองค์กร ทุกสถาบัน ทุกศาสนามีการส่งเสริมการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์มีการประเมินคุณภาพของประชากรอย่างเป็นระบบในทุกช่วงเวลา ๕ ปี โดยยึดหลัก “การสร้างคน คือ การสร้างชาติ”

วัฒนธรรมของชาติประชาชนมีวัฒนธรรมที่ดี มีศีลธรรม มีความซื่อสัตย์ มีระเบียบวินัย ขยันหมั่นเพียร ใฝ่เรียนรู้ มีความเสียสละ มีจิตใจเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ มีความรู้มีเหตุผล เป็นที่น่าเชื่อถือและยอมรับในระดับสากลโลก (ภายในยี่สิบปีข้างหน้าติดอันดับหนึ่งในยี่สิบของโลก)  ประเทศมีสถาปัตยกรรม ศิลปกรรม วิถีชีวิตที่เป็นเอกลักษณ์สวยงาม  มีประเพณีและการแสดงออกทางวัฒนธรรมอันสวยงามให้เห็นโดยทั่วไป เป็นที่หมายปองของนักท่องเที่ยวทั่วโลกมาเยี่ยมชม อันเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวที่ยั่งยืน

โครงสร้างพื้นฐานภายใน ๒๐ปี มีโครงสร้างพื้นฐาน ด้านคมนาคมขนส่งทุกด้าน บก น้ำ อากาศที่ทันสมัย เทคโนโลยีการสื่อสารก้าวหน้าทัดเทียมกับประเทศในกลุ่ม G8โรงเรียน โรงพยาบาล พลังงานเพียงพอและอยู่ในมาตรฐานระดับนานาชาติ ครอบคลุมทุกจังหวัดของประเทศ

เศรษฐกิจภายใน ๒๐ ปี เศรษฐกิจของประเทศสามารถพึ่งพาตนเองได้ ไม่จำเป็นต้องอาศัยหรือพึ่งพาการลงทุนจากต่างประเทศ รัฐและประชาชนมีเศรษฐกิจที่ดี เข้มแข็ง

สิ่งแวดล้อม และ สุขอนามัยเป็นประเทศที่มีสิ่งแวดล้อมที่ดี ประชาชนมีจิตสำนึกในการรักษาสิ่งแวดล้อม และ สุขอนามัย การบริหารการจัดการขยะของทุกเมือง ทุกจังหวัด มีมาตรฐานที่ดีในระดับสากลมีความสะอาด ประชาชนมีสุขภาพอนามัยดีถ้วนหน้า

    เมื่อพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ให้มีคุณภาพ การพัฒนาการด้านอื่นๆก็จะตามมาเองด้วยความคุณภาพและความสามารถของทรัพยากรมนุษย์ โดยไม่จำเป็นต้องเร่งกระบวนการๆ การดำเนินการจะเป็นไปตามแผนและมีผลสัมฤทธิ์มากกว่า มีความยั่งยืนมากกว่า

หมายเหตุ การพัฒนาด้านอื่นสามารถปรับแผน เสริมแต่ง ในบางช่วงเวลาหากมีวิกฤติการณ์จากโลกภายนอกเข้ามากระทบ

 โดยสรุป

      ก. ส่งเสริมให้คนไทยมีความเข้มแข็ง ลงทุนและพัฒนาด้วยตนเอง ลดการพึ่งพิงการลงทุนจากต่างประเทศ เพื่อความเข้มแข็งพึ่งพาตนเองได้ของคนไทย การพัฒนาเศรษฐกิจเป็นไปอย่างยั่งยืน

      ข.   โครงการของรัฐมีการบริหารงานอย่างมีประสิทธิภาพ ปราศจากการคอรัปชั่น การจัดสรรงบประมาณอย่างครบวงจรมีประสิทธิภาพ  การบริหารงานแต่ละโครงการมีผู้รับผิดชอบชัดเจน ไม่ dead lock ดั่งเช่นปัจจุบัน ทุกโครงการไม่เคยจัดสรรอย่างครบวงจร จนถึง ระดับการบริหารการจัดการโครงการ ความล้มเหลวของโครงการจะต้องมีผู้รับผิดชอบ ไม่เป็นเพียงโยกย้ายตำแหน่ง หรือ ไม่ได้รับการเลือกตั้งเป็นบทลงโทษเท่านั้น

      ค.   ผลักดันนโยบายเศรษฐกิจพอเพียง การสร้างการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานที่ดีเพียงพอในทุกด้าน ย่อมทำให้ประชาชนสามารถพึ่งพาตนเองได้มากที่สุด รัฐเพียงเข้าช่วยเหลือในยามวิกฤติเท่านั้น

       ง.  ทุกองค์กรทั้งภาครัฐและเอกชน ทั้งส่วนกลาง และ จังหวัดต่างๆมีการปฏิรูป มีการจัดทำแผนแม่บทของจังหวัด องค์กรภาครัฐ และ เอกชน ที่ชัดเจนเป็นของตนเองมีวัฒนธรรมองค์กร (ในปัจจุบันขึ้นอยู่กับประธาน หรือคนทำงานไม่กี่คน ที่มีวิสัยทัศน์เท่านั้น)ไม่มีส่วนร่วมจากสมาชิกขององค์กร จึงขาดความเข้มแข็งขององค์กร

       จ.  องค์กรภาคเอกชน ความเข้มแข็งของทุกองค์กรต้องมีส่วนร่วมจากสมาชิก บุคคล หรือ ผู้ประกอบการทุกรายต้องเป็นสมาชิกขององค์กร ทุกองค์กรต้องมีการประชุมสมาชิกอย่างสม่ำเสมอ เช่น ทุกเดือน หรือ ทุก 3 เดือน เป็นต้น และ ส่งรายงานการประชุมให้กับนายทะเบียน

๓. ปฏิรูปวัฒนธรรมและสังคม (เป็นวาระแห่งชาติ)

วัฒนธรรมอันดีงามย่อมส่งผลให้คนในชาติมีความเข้มแข็ง อันจะทำให้การพัฒนาประเทศเป็นไปในทิศทางที่ถูกต้อง คนไทยมีวัฒนธรรมที่ดีอยู่มาก แต่ยังมีวัฒนธรรมบางอย่างที่เป็นอุปสรรคในการพัฒนาประเทศ ได้แก่ การไม่มีวินัย ความไม่ซื่อสัตย์ ไม่มีความขยัน ไม่เห็นแก่ประโยชน์ส่วนร่วม ไม่มีความกระตือรือร้นหมั่นศึกษาหาความรู้เป็นต้น อีกทั้งเนื่องจากความขัดแย้งทางการเมืองอย่างรุนแรงในรอบ ๑๐ ปีที่ผ่านมา ได้เพาะความเกลียดชัง ความหวาดระแวง แผ่กระจายสู่สังคม และ หยั่งรากลึก อันมีสาเหตุมาจากนักการเมืองที่แสวงหาอำนาจ เพื่อใช้อำนาจในการหาประโยชน์โดยมิชอบ สำหรับตนและพวกพ้องของตน มีการใช้วิธีการให้ร้ายป้ายสี โดยอาศัยประชาชนมาเป็นฐานอำนาจของตนเอง ปราศจากความละอายในจิตใจ ความเกลียดชังเหล่านี้กำลังจะส่งผลให้ประชาชนคนไทยมีวัฒนธรรมที่ก้าวร้าว ปราศจากเหตุผล นิยมความรุนแรง มากขึ้น

ดังนั้นการปฏิรูปวัฒนธรรมจึงเป็นเรื่องสำคัญอันดับแรก เพื่อให้ประชาชนมีวัฒนธรรมที่ดี มีความซื่อสัตย์ สุจริต มีวินัย มีความเพียร มีความสุภาพ ให้เกียรติผู้อื่น อ่อนน้อม เคารพในความคิดเห็นของผู้อื่น จะเป็นพื้นฐานในการปกครองในระบอบประชาธิปไตย จึงเป็นเรื่องที่ต้องเร่งดำเนินการ

เพื่อบรรลุวัตถุประสงค์ดังต่อไปนี้

ก. ขจัดทุจริตคอรัปชั่นให้หมดสิ้นไปจากประเทศไทย

ข. ให้ประชาชนมีความรู้ ความเข้าใจ และมีจิตสำนึกที่ดีในความเป็นประชาธิปไตยที่ควบคู่ไปกับคุณธรรม จริยธรรม

ค. วัฒนธรรมที่ดีของคนในชาติ จะทำให้ประเทศมีคนที่มีจิตใจที่เข้มแข็ง ส่งผลให้มีการเมืองที่ดี มีความเจริญทางด้านเศรษฐกิจ และ สังคม ในทิศทางที่ดีอย่างยั่งยืน

ง. การพัฒนาสังคมเป็นเป้าหมายหลักของการพัฒนา เป็นความผาสุกที่แท้จริงไม่ใช่ตัวเลขทางเศรษฐกิจแต่เพียงอย่างเดียวที่เป็นตัวชี้วัดความสุขของคนในชาติ

จ. ประเมินผลการพัฒนาสังคม ควบคู่ไปกับผลการพัฒนาเศรษฐกิจ อย่างเป็นรูปธรรม

ช. ส่งเสริมให้ประชาชนมีส่วนร่วมในกิจกรรมทางศาสนาทุกศาสนา เช่น ให้ทุกศาสนสถานทั่วประเทศไทยมีพระธรรมเทศนาทุกวันอาทิตย์ เพื่อส่งเสริมให้ผู้บวชเรียนศึกษาธรรมวินัย ประชาชนร่วมกิจกรรมทางศาสนามีจิตใจที่เข้มแข็ง และ ประพฤติตนให้อยู่ในศีลในธรรม ส่งผลให้สังคมมีความเข้มแข็ง

ข้อเสนอแนะปรับเปลี่ยนโครงสร้างของหน่วยงาน ควรปรับกระทรวงวัฒนธรรมให้อยู่ในเกรดเอ ด้วยวัฒนธรรมของคนไทยในปัจจุบันได้รับผลกระทบจากกระแสทุนนิยม และ การเมือง เป็นอย่างมาก จำต้องมีการปฏิรูปด้านวัฒนธรรม หรือ มิฉะนั้นควบรวม เป็นกระทรวงวัฒนธรรมและการท่องเที่ยว ทั้ง ๒ ด้านสนับสนุนซึ่งกันและกัน ด้วยวัฒนธรรมเป็นปัจจัยสำคัญในการจูงใจให้คนมาท่องเที่ยว การท่องเที่ยวสามารถส่งเสริมให้คนไทยมีวัฒนธรรมที่ดีได้เช่นกัน วัฒนธรรมเป็นเรื่องที่จับต้องได้ มีคุณค่าสามารถก่อให้เกิดรายได้ ไม่ใช่เป็นเรื่องนามธรรม การท่องเที่ยวที่มีวัฒนธรรมเป็นพื้นฐาน จะเป็นการท่องเที่ยวที่ยั่งยืน

๔. ปฏิรูปการปกครอง

๔.๑  สมควรยกเลิกการบริหารงานส่วนภูมิภาค และ องค์การบริหารส่วนจังหวัด ด้วยไม่มีพื้นที่ของตนเองในการพัฒนา ไม่สามารถใช้งบประมาณได้เต็มศักยภาพของจังหวัด

๔.๒ กระทรวง มีหน้าที่ จัดทำโครงการขนาดใหญ่ ศึกษารวบรวมข้อคิดเห็น วางแผนพัฒนา ประเมินผลฝึกอบรม ตรวจสอบ จัดทำสรุปงบประมาณของแต่ละจังหวัด

๔.๓ ทุกจังหวัดมีโครงสร้างการบริหารจัดการตนเอง โดย ให้มีแผนแม่บทประจำจังหวัด โดยที่รัฐบาลรับทราบ และ ยึดเป็นหลักในการบริหาร ในปัจจุบันจังหวัดต่างๆเป็นผู้ถูกกระทำจากนโยบายและการบริหารงานของรัฐบาลกลาง ซึ่งบางครั้งไม่เข้าใจถึงปัญหาและความต้องการที่แท้จริงของแต่ละจังหวัด จังหวัดต่างๆเป็นเพียงผู้รองรับ ซึ่งบางจังหวัดไม่สามารถรองรับได้ หรือ ไม่สอดคล้องกับความต้องการของจังหวัดนั้นๆ เช่น จังหวัดภูเก็ตต้องการนักท่องเที่ยวที่มีคุณภาพมากกว่าปริมาณ แต่ รัฐบาลมีนโยบายเพิ่มปริมาณเพื่อนโยบายเศรษฐกิจเพียงมิติเดียว จึงก่อให้เกิดปัญหาหลายๆด้านในจังหวัดภูเก็ต ทำให้มีผลต่อการเสื่อมของการท่องเที่ยวในระยะยาว ด้วยการเติบโตเกินกำลังความสามารถในการจัดการ  มีความเสื่อมโทรมในทุกด้านเกิดขึ้น

๔.๔ มีการเลือกตั้งผู้ว่าราชการทุกจังหวัด เพื่อรับผิดชอบโดยตรงต่อประชาชน การบริหารงานให้เป็นไปตามแผนพัฒนาและงบประมาณที่ผ่านมติของสภาจังหวัด และ สภาพลเมือง เพื่อให้มีการบริหารจัดการด้วยความจริงใจและต่อเนื่อง ด้วยในอดีตที่ผ่านมา ผู้ว่าราชการจังหวัดมีการผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนและมีการปฏิบัติงานตามความถนัดของตน หรือ เฉพาะเรื่องที่ตนเองให้ความสนใจเป็นส่วนใหญ่ หรือ สนองตอบตามความต้องการของกระทรวงมหาดไทยแต่เพียงถ่ายเดียวทำให้การพัฒนาการของแต่ละจังหวัดไม่มีการพัฒนาที่ถูกต้องตรงเป้าประสงค์ของประชาชนในจังหวัดนั้นๆ กระทรวงมหาดไทยควรเป็นหน่วยงานที่รวบรวมองค์ความรู้ สนับสนุน และ ให้คำปรึกษาแก่ผู้ว่าราชการจังหวัด

๔.๕ สภาจังหวัด ประกอบด้วย สมาชิกสภาจังหวัด มาจากการเลือกตั้งทั้งจังหวัด ทำหน้าที่พิจารณาอนุมัติงบประมาณที่คณะกรรมการบริหารจังหวัดเสนอ โดยพิจารณาประกอบกับข้อเสนอแนะของสภาพลเมืองเพื่อปรับปรุงจัดลำดับความสำคัญของการพัฒนาให้เหมาะสมกับความต้องการของประชาชน

๔.๖ สภาพลเมืองประจำจังหวัดซึ่งเป็นเวทีของประชาชน ด้วยประชาชนไม่มีเวทีของตนเองที่จะตรวจสอบการทำงานของนักการเมืองและข้าราชการ จึงควรมีตัวแทนจากภาคีต่างๆ ทุกสาขาอาชีพทั้งจากภาคเศรษฐกิจ และ จากภาคสังคม เพื่อกำหนดทิศทางการพัฒนาของจังหวัด เพื่อเป็นการตรวจสอบและถ่วงดุลกับผู้ว่าที่มาจากการเลือกตั้ง และ สภาจังหวัด โดยมีการเลือกตั้งมาจาก ๕ ภาคีหลักๆในจังหวัดของตนเอง

       ภาคีข้าราชการ ได้แก่ ตัวแทนข้าราชการส่วนจังหวัด ส่วนท้องถิ่นแต่ละพื้นที่

       ภาคีเอกชนด้านเศรษฐกิจ ได้แก่ สภาเกษตรจังหวัด สภาอุตสาหกรรมจังหวัด สภาการท่องเที่ยวจังหวัด สมาคมธนาคาร สภาหอการค้าจังหวัด สมาคมเทคโนโลยีสารสนเทศฯลฯ

      ภาคีวิชาการ มหาวิทยาลัย วิทยาลัย มัธยมศึกษา ประถมศึกษา อนุบาล

      ภาคีสื่อมวลขน ทีวี น.ส.พ. วิทยุสื่อมวลชน

      ภาคีเอกชนด้านสังคม สภาวัฒนธรรมจังหวัด มูลนิธิฯ สมาคมฯ สโมสรต่างๆ สมาคมผู้สูงอายุ สมาคมคนพิการ สมาคมพิทักษ์สิทธิสตรีและเด็ก ฯลฯ

         ทั้งนี้ทุกภาคีต้องมีการบริหารจัดการองค์กรที่เข้มแข็ง โดยมีกฎหมายกำหนดให้ประชาชนทุกคนต้องเป็นสมาชิกของภาคีใดภาคีหนึ่ง ทุกองค์กรต้องมีส่วนร่วมจากสมาชิก ไม่ใช่ดำเนินการด้วยกลุ่มบุคคล หรือ คณะกรรมการเพียงไม่กี่คน ดั่งเช่นปัจจุบัน แต่ต้องเชื่อมโยงกับสมาชิก ทุกสาขาวิชาชีพ ทุกกลุ่มสังคมที่ด้อยโอกาสและพึ่งพาตนเองไม่ได้

            ให้สภาพลเมืองมีหน้าที่ ในการตรวจสอบ การทำงานของ นักการเมือง และ ข้าราชการ โดย

           ๔.๖.๑ กำหนดลำดับความสำคัญของแผนงานและโครงการในการพัฒนาจังหวัด เสนอสภาจังหวัด เพื่อพิจารณางบประมาณให้สอดคล้องตรงกับความต้องการของสภาพลเมือง

           ๔.๖.๒ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สมาชิกวุฒิสภา สมาชิกสภาจังหวัด และ ผู้ว่าราชการจังหวัด ชี้แจงการดำเนินงานของตนเองประจำปี ต่อที่ประชุมสภาพลเมืองประจำจังหวัด เพื่อประชาชนสามารถซักถาม ตรวจสอบการทำงานของผู้แทนของประชาชน ประชาชนสามารถมีข้อมูลในการตัดสินใจสำหรับการเลือกตั้งในครั้งต่อไป

           ๔.๖.๓ ตรวจสอบการใช้งบประมาณของหน่วยงานต่างๆ ให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ปราศจากการคอรัปชั่น

๔.๗      มีคณะกรรมการบริหารจังหวัด ประกอบด้วย ผู้ว่าที่มาจากการเลือกตั้งเป็นประธาน หัวหน้าส่วนข้าราชการส่วนจังหวัด และ นายกองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น จัดทำแผนพัฒนาจังหวัด เสนอต่อสภาจังหวัดเพื่อพิจารณาอนุมัติงบประมาณ บริหารจัดการงบประมาณให้เป็นไปตามแผนนั้นๆ โดยรับฟังเสียงสะท้อนจากสภาพลเมืองในการปรับแผนและจัดลำดับความสำคัญ ทั้งนี้แผนพัฒนามีข้อยุติในสภาจังหวัด

๔.๘      การบังคับใช้กฎหมาย เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพในการบริหารการจัดการสูงสุด ให้ ข้าราชการส่วนจังหวัด ข้าราชการการเมืองท้องถิ่น อาทิ เช่น ตำรวจ การท่องเที่ยว การศึกษา ข้าราชการส่วนท้องถิ่น ข้าราชการส่วนภูมิภาคขึ้นตรงต่อผู้ว่าราชการจังหวัด เพื่อสามารถบังคับใช้กฎหมายอย่างมีประสิทธิภาพ การพิจารณาความดีความชอบ การลงโทษโดยผู้ว่าราชการจังหวัดไม่ใช่กระทรวง

๔.๙      ระบบข้อมูลข่าวสาร ประชาชนสามารถเข้าถึงได้สะดวกด้วยสื่อทุกชนิดที่มีอยู่ รวมถึงสื่อออนไลน์เช่นเว็บไซต์ ประชาชนสามารถติดต่อสอบถามได้โดยตรง ทุกโครงการมีการรายงานความคืบหน้าเป็นระยะ ข้าราชการทุกระดับมีการเปิดเผยทรัพย์สิน หนี้สิน ในระหว่างที่ปฏิบัติหน้าที่ในราชการ

            สภาพลเมืองได้รับการสนับสนุนในเรื่องสถานที่ประชุม มีเจ้าหน้าที่จัดการประชุม และ รวบรวมข้อมูลนำเสนอ บันทึกสรุปผลการประชุม สมาชิกสภาพลเมืองได้รับเพียงเบี้ยประชุมเท่านั้นด้วยเป็นภารกิจของผู้มีจิตอาสา

๕. ปฏิรูปการเงินการคลัง

ให้มีการพัฒนาและจัดสรรงบประมาณอย่างเป็นธรรมทั่วถึงทุกจังหวัด โดยให้การพัฒนาของทุกจังหวัดมีทิศทางชัดเจน ประชาชนมีส่วนร่วม

ก. แต่ละจังหวัดมีหน่วยงานตรวจสอบการใช้งบประมาณของหน่วยงานต่างๆ เพื่อป้องกันการทุจริต คอรัปชั่น โดยรายงานผลการตรวจสอบผ่านเว็บไซต์ให้ประชาชนทราบความคืบหน้าในการตรวจสอบของแต่ละหน่วยงาน และ เป็นช่องทางในการรับข้อมูลข้อคิดเห็นจากประชาชน

ข. มีการประเมินผลทางเศรษฐกิจในการใช้งบประมาณ ว่าภายหลังการใช้งบประมาณในโครงการนั้นๆแล้ว มีผลสัมฤทธิ์อย่างไร หากมีความสูญเปล่าหน่วยงานต้องรับผิดชอบอย่างไร เช่น การชดใช้ การถูกตัดงบประมาณในครั้งต่อไป หรือ ประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนทราบว่าอปท. นั้นๆมีการใช้งบประมาณที่ไม่เกิดผลอย่างไรบ้าง เพื่อเป็นข้อมูลให้ประชาชนทราบสำหรับการเลือกตั้งครั้งต่อไป

ค. การจัดสรรงบประมาณ ในสัดส่วน ส่วนกลางกับท้องถิ่น ในอัตรา ๖๐:๔๐

ง. จัดสรรงบประมาณให้ครบทั้งโครงการจนถึงการบริหารการจัดการโครงการในอดีตการจัดสรรงบเป็นลักษณะเบี้ยหัวแตก ทำให้แต่ละโครงการไม่ประสบความสำเร็จ ปล่อยให้รกร้าง หรือ ไม่มีประสิทธิภาพ เนื่องจากงบประมาณขาดตอน ทำให้สิ้นเปลืองงบประมาณเปล่าประโยชน์

จ. ทุกหน่วยงานมีการรายงานผลการใช้งบประมาณทุก ๖เดือน หรือ ประจำปี ให้ประชาชนทราบ ผ่านเว็บไซต์ของแต่ละองค์กร เพื่อให้ประชาชนประเมินประสิทธิภาพการใช้งบประมาณ และ ตรวจสอบการทุจริตคอรัปชั่น


 

เสนอโดย นายชาญ วงศ์สัตยนนท์

This email address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it.

๒๒ กรกฎาคม ๒๕๕๗

Read 16369 times Last modified on Tuesday, 10 February 2015 22:16

Login to post comments
ชาญ วงศ์สัตยนนท์
คุณรู้จักผู้ชายคนนี้หรือยัง?