2163571
Today
Yesterday
This Week
Last Week
This Month
Last Month
All days
5828
6860
18235
2110850
66452
156152
2163571

Your IP: 54.226.172.30
Server Time: 2017-12-12 22:39:30
Visitors Counter
Monday, 10 November 2014 10:37

การบวชกาย กับ การบวชใจ

Rate this item
(0 votes)

การบวชกาย กับการบวชใจ

 

ขึ้นเดือนสามย่างเข้าสู่ฤดูใบไม้ผลิ ศิษย์จูงม้าพาอาจารย์เดินชมป่ากันอย่างเพลิดเพลินรื่นเริงบันเทิงใจ เดินกันมาเรื่อยๆจนบรรลุถึงวัดกวนอิมเซียนยี่
 
สมภารวัดก็ให้การรับรองด้วยการเชิญดื่มน้ำชา ในระหว่างดื่มน้ำชากันอยู่นั้น มีอยู่ตอนหนึ่งหลวงจีนเฒ่าซึ่งเป็นสมภารวัดโอ้อวดว่าวัดของตน นั้นเป็นวัดที่พระโพธิสัตว์กวนอิมเคยมาพำนัก
 
นอกจากนี้สมภารยังอวดอ้างว่า ตนมีผ้ากาสาวพัสตร์ที่สวยงามมากมายนับเป็นร้อยผืน เห้งเจียนึกถึงผ้ากาสาวพัสตร์วิเศษ ที่พระโพธิสัตว์ กวนอิมประทานให้จึงเอาออกมาอวดบ้าง หลวงจีนเฒ่าเห็นเข้า เกิดละโมบอยากได้ จึงเชิญคณะอาจารย์และศิษย์พำนักที่วัด คิดวางแผนที่จะเอาไฟ ครอกทั้งศิษย์และอาจารย์ หวังที่จะได้ผ้ากาสาวพัสตร์วิเศษ
 
เห้งเจียรู้เท่าทันจึงซ้อนกลเอาไฟเผาวัดเสียสิ้น หลวงจีนจึงต้องชุลมุนดับไฟกัน เห้งเจียชอบใจยิ่งนัก พลันเฮ๊กฮองใต้อ๋องร่างแปลงของปีศาจหมีดำ (อทินนาทาน = การลักขโมย) ผู้คุ้นเคยไปมาหาสู่กับสมภารวัด เห็นว่าทุกคนยังวุ่นวายกับการดับไฟ จึงได้แอบขโมยในผ้ากาสาวพัสตร์ ไปซ่อนไว้ในถ้ำเฮ๊กฮองต๋อง ณ ภูเขาเฮ๊กฮองซัว
 
เห้งเจียเหาะตามไปพบเข้าต่อสู้กัน ปรากฏว่าไม่มีผู้ใดแพ้ชนะแก่กัน เห้งเจียเห็นดังนั้นจึงเหาะหนีไปนิมนต์พระโพธิสัตว์กวนอิม เมื่อพระโพธิสัตว์ กวนอิมเสด็จมาช่วยเหลือ ทำให้เห้งเจียสามารถฆ่าปีศาจเต้าหยิน ๒ ตน ที่เป็นเพื่อนของเฮ๊กฮองใต้อ๋อง คือ ปีศาจชะมด (ปาณา = การฆ่าสัตว์ตัดชีวิต) และปีศาจงูขาว (กาเม = การประพฤติผิดต่อลูกเมียผู้อื่น)
 
จากนั้นออกอุบายแยบยลโดยให้เห้งเจียแปลงกายเป็นเม็ดยา ส่วนพระโพธิสัตว์กวนอิม ก็แปลงเป็นเต้าหยินผู้เป็นสหายของเฮ๊กฮองใต้อ๋อง (อทินนาทาน = การลักขโมย) ถือถาดเม็ดยาอายุวัฒนะ แล้วออกอุบายให้เฮ๊กฮองใต้อ๋องกินเม็ดยาอายุวัฒนะ (เห้งเจียแปลงกาย) เอ็กฮองใต้อ๋อง หลงกลกินยาเข้าไป เมื่อเม็ดยาตกลงถึงท้อง เห้งเจียจึงแปลงกายกลับคืนร่างเดิม แล้วใช้กระบองยู่อี่ตีพุง กระทุ้งใจจนเฮ๊กฮองใต้อ๋อง (อทินนาทาน = การลักขโมย)ยอมแพ้ เห้งเจียคิดจะฆ่า แต่พระโพธิสัตว์กวนอิมขอชีวิตมันไว้ แล้วเอามงคลสวมหัวพาไปเป็นคนเฝ้าประตูด้านหลังสำนักเขาน่ำไฮ้ที่ประทับ
 
(ความตอนนี้ ด้วยเห้งเจีย = การหยั่งรู้เหตุผลของความดี ความชั่ว เผลอตัวอวดตนว่าเป็นผู้รู้ คือ ปัญญาที่ชอบอวดศีล ดุจนักบวชที่แสดงตนเป็นสมณะที่นุ่งห่มด้วยผ้ากาสาวพัสตร์ ปรากฏกายไปในที่ต่างๆ แต่หาได้ปฏิบัติตนเช่นสมณะไม่ เฉกเช่นผ้ากาสาวพัสตร์ที่ถูกขโมยไป
 
ความหมาย คือ การอวดตนเป็นผู้ทรงศีลต่อหน้าผู้อื่น แต่ลับหลังหาได้เป็นไม่ ย่อมทำให้ความเป็นพระต้องขาดหายไป เป็นการอวดอ้างว่าตนเป็นพระ แต่หาได้ประพฤติปฏิบัติเช่นพระไม่ ดุจเช่นการขโมยผ้าเหลืองมาห่ม
 
ส่วน อทินนาทาน - การลักขโมย (เฮ๊กฮองใต้อ๋อง) ที่คบหากับ ปาณา = การฆ่าสัตว์ตัดชีวิต(ปีศาจชะมด) และกาเม = การประพฤติผิด ต่อลูกเมีย ผู้อื่น (ปีศาจงูขาว) รวมปีศาจทั้งสาม คือ มิจฉากัมมันโต เป็นข้อปฏิบัติทางกายและวาจาที่พึงละเว้น การที่เห้งเจีย ฆ่าปีศาจชะมด และปีศาจงูขาวทั้งสองตาย คือการใช้ปัญญา ในการพิจารณาไตร่ตรอง เพื่อที่จะละในการฆ่าสัตว์ และล่วงละเมิดของรักของผู้อื่น คือการฆ่าปีศาจ ให้ตาย
 
แต่กรณีที่พระโพธิสัตว์กวนอิม ขอชีวิตปีศาจหมีดำเฮ๊กฮองใต้อ๋อง (อทินนาทาน = การลักขโมย) และสวมมงคล และนำไปเป็นคนเฝ้าประตู หลังสำนักนั้น เพราะเห็นว่าการลักขโมยยังสามารถทดใช้มาทางบุญได้อยู่ ด้วยการบำเพ็ญประโยชน์ให้แก่ผู้อื่นด้วยเมตตา เป็นการละมิจฉากัมมันโต ด้วยการปิดทองหลังพระ การทำเช่นนี้เข้าลักษณะของการบวชใจ คือ เปลี่ยนจากการแอบอ้าง หลอกลวง ลักขโมย มาเป็นการช่วยเหลือผู้อื่นด้วย ความเมตตาโดยมิหวังผลตอบแทนใดๆ หันมาสู่แนวทางสัมมาทิฏฐิ
 
ส่วนการห่มผ้าเหลืองเป็นเพียงการบวชกายเท่านั้นเอง หาใช่ การบวชใจไม่)
Read 1178 times Last modified on Tuesday, 06 January 2015 11:03
Login to post comments
ชาญ วงศ์สัตยนนท์
คุณรู้จักผู้ชายคนนี้หรือยัง?